เป็นเกาะที่ได้ทั้งวิวถ่ายรูป และ ดำน้ำดื้น สำหรับคน "ว่ายน้ำไม่เป็น"แต่อยากเห็น ปะการัง... อ่านเพิ่มเติม
เป็นเกาะที่ได้ทั้งวิวถ่ายรูป และ ดำน้ำดื้น สำหรับคน "ว่ายน้ำไม่เป็น"แต่อยากเห็น ปะการัง... อ่านเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ มีการจัดระเบียบเรือได้ดีมากๆ นักท่องเที่ยวจำนวนมาก... อ่านเพิ่มเติม
ได้มาสัมผัสเกาะปอดะในช่วงเวลาเย็น ( แพกเกจ sunset ) .. ทำให้นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตา อากาศไม่ร้อน .. บนเกาะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างในเลือกนั่งพัก ทรายขาวสะอาด.. ยิ่งตอนเย็น บรรยากาศชิวมาก นั่งกินอาหารเย็น (ของทัวร์ .. ข้าวผัด ปลาย่าง น่องไก่ ผัดผัก สับปะรด! ) รอชมพระอาทิตย์ตกดิน
เกาะปอดะ เป็นสถานที่ที่เหมาะเเก่การพักผ่อน นอกจากทะเลจะใสเหมาะเเก่การเลน่น้ำ หาดทรายก็ยังขาวมีพื้นที่ให้นั่งชิวเล่น มีอาหารขาย เเต่อาจจะราคาสูงไปนิด ซึ่งก็เป็นปกติสำหรับอาารบนเกาะ
เป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่ มีที่ให้เล่นน้ำ ดำน้ำ น้ำใสมากยิ่งไปช่วงหน้าไฮซีซันจะสวยมาก บนเกาะมีร้ารค้าเล็กๆไว้ค่อยบริการ เหมาะกับการนั่งพักผ่อนนอนอาบแดด เล่นน้ำ
ต้องบอกว่าที่นี่น้ำใสมาก เหมาะกับการลงแหวกว่ายแข่งกับหมู่ปลา ควรไปช่วงบ่ายแดงแรงน้ำจะใสมากๆๆๆยังกับ น้ำทิพย์ 5555
เกาะปอดะ อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งกระบี่ ใครมากระบี่ต้องมาเที่ยวที่เกาะนี้ โดยนั่งเรือหางยาว ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก เป็นเกาะที่สวย หาดทรายขาว น้ำใสแจ๋ว แต่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
การเดินทางไปเที่ยวเกาะปอดะสำหรับนักท้องเที่ยวกลุ่มใหญ่แบบเรา วิธีที่ดีที่สุดและได้บรรยากาศของการเที่ยวทะเลกระบี่ที่สุด แน่นอนว่าต้องนั่งเรือหางยาวของชมรมผู้ประกอบการเรือหางยางอ่าวนางนั่นเอง เราเลือกไปกันแบบเหมาลำ เพราะว่าต้องการใช้ชีวิตเอื่อยๆ บนเกาะ และเรือ และไม่ผิดหวังจริงๆกับวิธีที่เลือก
เกาะปอดะเป็นจุดหมายแรกที่พี่คนขับเรือพาไป ซึ่งมันตระการตาจริงๆสำหรับเกาะเล็กๆแห่งนี้ เรียกว่าสวยตั้งแต่ก่อนถึงฝั่ง ขึ้นฝั่งมาก็มาตะลึงกับความละเอียดและขาวสะอาดของทราย และหลังจากออกจากเกาะซึ่งพี่คนขับเรือพาอ้อมไปอีกทาง "แม่เจ้า" อะไรจะสวยทุกมุมขนาดนั้น
การมาเที่ยวที่เกาะปอดะนั้น แค่มีผ้าสักผืน ปูนอนใต้ร่มสน อ่านหนังสือหรือฟังไอพอดชิลๆ แค่นี้ก็ใช้เวลาได้หมดวันแล้ว แต่ไหนๆก็มาถึงเกาะปอดะแล้ว จะไม่ไปเกาะสุดฮิตอย่างเกาะไก่และทะเลแหวกที่อยู่ใกล้ๆกันก็คงจะไม่ครบ แน่นอนว่าเราไม่พลาดสองจุดหมายสุดฮิตนี้แน่นอน
เกาะไก่ที่อยู่ใกล้ๆกัน ไม่มีหาดทรายให้เดินเล่น เรียกว่าเป็นภูเขากลางทะเลรูปไก่จะเห็นภาพชัดกว่า เสียดายที่ในวันนั้นคลื่นลมช่วงเกาะไก่แรงมาก ทำให้ไม่ได้ถ่ายภาพคู่เกาะไก่เลย เราเลยมุ่งหน้าไปต่อที่ทะเลแหวกกันต่อ เมื่อเรือเลี้ยวผ่านเกาะภาพแรกที่เห็นตกใจพอสมควรกับทะเลแหวก เพราะคนเยอะมาก และทะเลไม่แหวก!!!! (ช่วงบ่ายสามโมงกว่าๆ) แต่มาถึงแล้วจะหันหลังกลับเพราะคนเยอะก็คงจะไม่ใช่ กว่าจะหาที่จอดเรือได้ กว่าจะเข้าห้องน้ำกันออกมาอีกที อ้าว คนหายไปไหนหมด ก็เพราะว่าเขามาจอยทัวร์กันไง เลยกลับไปหมดแล้ว พวกเราเหมาลำกันมา จะอยู่ถึงเย็นค่ำพี่คนขับแกก็ไม่มีปัญหา
กลายเป็นว่า ตอนนี้มีคนบนเกาะไม่ถึง 20 คน และทะเลที่ตอนแรกยังไม่แหวกนั้น บัดนี้ได้แหวกเต็มที่ สันทรายโหล่ขึ้นมาให้เดินข้ามจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง นี่แหละ Unseen In Thailand ของแท้ ที่ใครๆก็อยากเห็น