เราสังเกตเห็นว่าคุณกำลังใช้เบราว์เซอร์ที่ไม่สนับสนุน เว็บไซต์ Tripadvisor จึงอาจแสดงผลอย่างไม่ถูกต้องเราสนับสนุนเบราว์เซอร์ต่อไปนี้:
Windows: Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome. Mac: Safari.
เปิดให้บริการวันนี้: 09:00 น. - 17:00 น.
ข้อมูลเด่นของรีวิว
Kinkaku-ji 金閣寺

วัดคินคาคุจิ มีจุดเด่นที่สีทองสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น การเดินทางอาจจะไกลนิดนึงต้องใช้เวลาในการเดินทาง

รีวิวเมื่อ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2023
Chuanmanon
,
กรุงเทพมหานคร (กทม.), ไทย
Traveling in Kyoto ; Japan

อีกหนึ่งสถานที่เชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นและเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเกียวโตนั่นก็คือวัดคินคาคุจ... อ่านเพิ่มเติม

รีวิวเมื่อ 30 กันยายน ค.ศ. 2020
Escape812700
ผ่านมือถือ
อ่านรีวิว ทั้งหมด 17,318 รายการ
  
รีวิว (17,318)
กรองรีวิว
ผลลัพธ์ 17,317 รายการ
คะแนนโดยนักท่องเที่ยว
10,261
5,167
1,554
254
81
ประเภทของนักท่องเที่ยว
ช่วงเวลาของปี
ภาษาทุกภาษา
ภาษาเพิ่มเติม
คะแนนโดยนักท่องเที่ยว
10,261
5,167
1,554
254
81
ดูว่านักท่องเที่ยวพูดถึงอย่างไรบ้าง
ตัวกรองที่เลือก
กรอง
กำลังอัพเดตรายการ...
รีวิว58 - 63 จาก 17,317 รายการ
รีวิวเมื่อ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2016

การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ ได้ไปเที่ยวหลายสถานที่ ล้วนแต่สร้างความประทับใจ แต่อีกสถานที่ ที่อยากแนะนำ คือวัด โระคุงอนจิ หรือ วัดปราสาททอง หากท่านใดที่เคยดูการ์ตูนอิกคิวซัง เราจะเห็นวัดนี้ในการ์ตูนกัน ผมเลยเดินทางตามการ์ตูนมาสัมผัสให้เห็นกับตา แต่! สิ่งที่เห็นสวยงามราวกับภาพวาดไม่มีผิดเพี้ยน

ก่อนที่จะไปเที่ยวไปดูข้อมูลสักนิดจากการเล่าของเพื่อนชาวญี่ปุ่น วึ่งไกเบอกว่า...

คินคาคูจิ (Kinkaku )หรือ วัดวิหารทอง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘วัดโระคุงอนจิ’ (Rokuon-ji Temple)  ซึ่งมีความหมายว่า วัดสวนกวาง เป็นวัดที่วิจิตรงดงามอีกแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น จนองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก (World Cultural Heritage )ในปี 1994
วิหารหลังงามแห่งนี้ แต่เดิมเคยเป็นที่ดินของไซออนจิ คิซูเนะ(Kintsune Saionji) (ค.ศ.1171
-1244) หลังจากนั้นก็ตกเป็นของท่านโชกุน โยชิมิตสึ อาชิคางะ(Shogun of Ashikaga) ในการ์ตูน
เรื่องอิกคิวซังนั่นเอง ซึ่งขณะนั้นโชกุนโยชิมิตสึได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นที่พักผ่อน และรับรองแขกสำคัญ เช่น จักรพรรดิโคมัตสึ พระบิดาของ อิกคิวซัง ต่อมาในปี 1419 บุตรชายของโชกุนอาชิคางะได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซน สายรินไซ
  ภายในคินคาคูจินั้น แต่เดิมครั้งยังเป็นสถานที่ตากอากาศ ของโชกุน มีอาคารหลายแห่งปรากฏอยู่ อย่างเช่นรูปจำลองของประสาทชิชิน-เดน แต่เมื่อได้   เปลี่ยนเป็นวัดแล้ว จึงถูกรื้อถอนออกไป แต่ตอนนี้แม้จะไม่มีอาคารอื่นๆ ให้เห็น แต่สวนและต้นไม้รอบๆ คินคาคูจินั้น ก็ยังคงสภาพดั้งเดิมเช่นเมื่อร้อยกว่าปี
 บรรยากาศร่มรื่นต้อนรับผู้ไปเยือนตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตัววัด ด้านขวามือ เป็นเขตของพระและฮอนโด ซึ่งเป็นวิหารหลัก และมีต้นคาเมลเลียที่พระจักรพรรดิโก   มิซูโนโอะ ทรงปลูกไว้ ประดับอยู่ด้านหน้าหอ หลังจากที่เดินไปตามทางตลอดแนวของ  ต้นไม้ ก็จะเห็นประตูกลาง หรือชูมอง ซึ่งด้านขวาจะมีก้อนหินรูปเรือขนาดใหญ่ประดับอยู่ ส่วนด้านซ้ายจะเป็น ส่วนของหอระฆัง หรือที่เรียกว่า ‘โชโร’ เมื่อเดินไปจนสุดก็จะพบกับประตูจีน หรือคารามอน   เมื่อเดินผ่านประตูจีนเข้าไป ก็จะเห็นภาพที่สวยงามที่สุด นั่นก็คือ สระกระจก ที่สะท้อนภาพศาลาทองอร่ามชัดเจน สระกระจก ถูกออกแบบให้เป็นสระน้ำบนสรวงสวรรค์ ภาย ในสระมีดอกบัว และยังมีเกาะเล็กๆและก้อนหินโผล่พ้นขึ้น มาเหนือน้ำ   ซึ่งก็เปรียบเป็นมหาสมุทร 8 แห่ง และภูเขา 9 ลูก ในตำนานของเซน
 ทิวทัศน์เหล่านี้เป็นเสน่ห์จูงใจให้ผู้มาพบเห็นเกิดความสงบและศรัทธา  โดยเฉพาะในหน้าหนาว จะเห็นใบไม้และต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้ม ส่วนในฤดูหนาวทุกสิ่งทุกอย่างจะปกคลุมไปด้วยหิมะ เห็นเป็นสีขาวโพลน

ส่วนวิหารทองนั้นนับว่าเป็นจุดที่ดึงดูดใจผู้ที่มาพบเห็นเป็นที่สุด เป็นอาคาร 3 ชั้น ตั้งตระหง่านด้วยความสูง 12.8 เมตร กว้าง 10 เมตร และ ยาว 15.2 เมตร แต่ละชั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ต่างกันไป
       สำหรับชั้นแรกของวิหาร เรียกว่า ‘โฮซุยอิน’ ตกแต่งสไตล์ชินเดน-ซูคูริ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่และมีระเบียงไม้ล้อมรอบแบบพระราชวังสมัยนั้น พื้นที่ส่วนนี้ ใช้เป็นส่วนต้อนรับแขกสำคัญ
        ชั้นที่ 2 ถูกออกแบบในสไตล์บ้านของซามูไร หรือเรียกว่า ‘โชฮอนโด’ ซึ่ง โชกุนจะใช้เป็นที่ประชุม หรือพบปะกับแขกผู้มีเกียรติ ผนังของห้องตกแต่งด้วย ภาพวาดของ คาโน่ มาซาโนบุ ในยุค 1434-1530
       ส่วนชั้นที่ 3 เรียกว่า ‘คูเคียวโช’ เป็นรูปแบบวัดนิกายเซน มีพื้นที่เพียง 23 ตารางฟุต ซึ่งเป็นที่ที่ท่านโชกุนใช้พบ ปะกับเพื่อนสนิทเพื่อดื่มน้ำ ชา การตกแต่งของชั้นนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะของจีน มีขอบหน้าต่างเป็นรูป ระฆัง มีพระพุทธรูป 3 องค์ประทับอยู่
      ชั้นที่ 2 และ 3 ใช้ขั้นตอนที่เรียกว่า อูรูชิ เป็นการทาเคลือบวัสดุตาม แบบของญี่ปุ่น เพื่อเป็นการรักษาและเชื่อมวัสดุเข้าด้วยกัน แล้วใช้แผ่นทองคำ น้ำหนักรวม 20 กก. ปิดทับรวม 5 ชั้น สร้างความโอ่อ่าอลังการเป็นอย่างมาก วิหาร ทองแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของการรวมวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับจีนได้เป็นอย่างดี   เนื่องจากโชกุน โยชิมิตสุ ชื่นชอบ วัฒนธรรมและศิลปะของจีนเป็นพิเศษ

หากว่ามีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมไปเที่ยวชมวัดแห่งนี้นะครับ
ค่าเข้าชม: 400 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00 - 17:00 น.

วันที่ไปเยือน: เมษายน ค.ศ. 2016
ขอบคุณ suttichai
รีวิวนี้เป็นความเห็นหรือทัศนะของสมาชิก Tripadvisor และไม่ใช่ของ Tripadvisor LLC Tripadvisor ทำการตรวจสอบรีวิว
รีวิวเมื่อ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2016

เริ่มจากต้องซื้อตั๋วเข้าชมก่อนนะครับ มุมถ่ายรูปสวยๆจะอยู่แรกๆเลยหลังจากเดินเข้าไป คนจะเยอะมาก โดยเฉพาะทัวร์จีน หลังจากนั้นให้เดินไปทางเดียว วันเวย์จะเจอกับต้นบอนไซยักษ์ที่เป็นคล้ายๆรูปเรือรบ ถัดไปก็จะเป็นสวนต้นไม้ แล้วก็ร้านขายของที่ระลึกจะอยู่ใกล้ๆกับที่จอดรถ

วันที่ไปเยือน: มิถุนายน ค.ศ. 2016
ขอบคุณ wut911
รีวิวนี้เป็นความเห็นหรือทัศนะของสมาชิก Tripadvisor และไม่ใช่ของ Tripadvisor LLC Tripadvisor ทำการตรวจสอบรีวิว
รีวิวเมื่อ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2016

จุดเด่นของวัดนี้คือเจดีย์สีทองที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ
การเดินทางมาวัดทองนั้นสะดวก สามารถนั่งรถบัสจากสถานีเกียวโตมาลงที่ป้ายหน้าวัดได้เลย

วันที่ไปเยือน: พฤษภาคม ค.ศ. 2016
ขอบคุณ CWaris
รีวิวนี้เป็นความเห็นหรือทัศนะของสมาชิก Tripadvisor และไม่ใช่ของ Tripadvisor LLC Tripadvisor ทำการตรวจสอบรีวิว
รีวิวเมื่อ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2016

เราไปเยือนวัดแห่งนี้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ที่วัดทองยังไม่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีแดงเท่าไหร่ หลังจากซื้อบัตรเข้าชม เรามุ่งไปที่ปราสาทสีทองซึ่งคนเยอะมากที่มุมมหาชน ด้านในอาคารไม่เปิดให้เข้าชม ถ่ายรูปได้ด้านนอก และมีนิทรรศการเล็กๆเล่าเรื่องราวความเป็นมาของวัด มีร้านขายสาเกญี่ปุ่นบริเวณวัดด้วย

วันที่ไปเยือน: พฤศจิกายน ค.ศ. 2015
ขอบคุณ TiaQuinn
รีวิวนี้เป็นความเห็นหรือทัศนะของสมาชิก Tripadvisor และไม่ใช่ของ Tripadvisor LLC Tripadvisor ทำการตรวจสอบรีวิว
รีวิวเมื่อ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2016

วัดที่มีความเก่าแก่ มีบรรยากาศสวนรอบๆที่สวยงาม อาคารสีทองสวยงามมาก มีบรรยากาศที่เหมาะแก่การถ่ายรูปหลายจุด นักท่องเที่ยวค่อนข้างมากแม้ว่าจะเป็นวันธรรมดาก็ตาม

วันที่ไปเยือน: มิถุนายน ค.ศ. 2016
ขอบคุณ minzy82
รีวิวนี้เป็นความเห็นหรือทัศนะของสมาชิก Tripadvisor และไม่ใช่ของ Tripadvisor LLC Tripadvisor ทำการตรวจสอบรีวิว
ดูรีวิวเพิ่มเติม